กรุงเทพฯ — 25 ตุลาคม 2568: บริษัทเอกชนและหน่วยงานกำกับดูแลรายใหญ่ประกาศโครงการนำร่องเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่มุ่งเปลี่ยนโฉม 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การเงิน โลจิสติกส์ และสุขภาพ โดยมีการเปิดตัวโครงการและแนวปฏิบัติใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเริ่มมีผลภายในไตรมาสแรกของปี 2569
ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ — ในงานแถลงข่าวร่วมที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นวัตกรรมกรุงเทพฯ เมื่อเช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายสมชาย เมธาวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยบลอคเทค จำกัด เปิดตัวระบบแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ Permissioned ที่ร่วมกับธนาคารกรุงสยามและบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อใช้ในการโอนเงินข้ามพรมแดนและการออกสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับองค์กร โดยนายสมชายระบุว่าโครงการนำร่องจะเริ่มทดลองการโอนเงินระหว่างประเทศภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
การเงิน — ธนาคารกรุงสยาม (ผู้นำกลุ่มธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ) แจ้งว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะลดเวลาการประมวลผลรายการระหว่างธนาคารลงจากหลายชั่วโมงเหลือไม่กี่นาที พร้อมระบบสมาร์ทคอนแทรกต์สำหรับการชำระเงินตามเงื่อนไขอัตโนมัติ นางสาวปรียา จารุวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มนวัตกรรมของธนาคาร ระบุว่าโครงการนี้ผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการปฏิบัติตามแนวทางของ ก.ล.ต. ที่ออกเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งระบุข้อกำหนดด้านการดูแลทรัพย์สินคริปโตและการรายงานธุรกรรมที่สำคัญ
โลจิสติกส์และซัพพลายเชน — บริษัท โลจิสติกส์พลัส ร่วมกับผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ให้บริการท่าเรือทดสอบระบบบล็อกเชนสำหรับยืนยันแหล่งที่มาและประวัติการขนส่งสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (provenance & traceability) โดยการทดสอบที่ท่าเรือชลบุรีเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 โครงการระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดการสูญหายของสินค้ารวมทั้งเวลาตรวจสอบเอกสารลงอย่างมีนัยสำคัญ ดร.อนันต์ ศรีปัญญา หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของโลจิสติกส์พลัส ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อผสานกับเครือข่าย 6G ที่สำนักงาน กสทช. กำหนดแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่และการสนับสนุนเครือข่ายความเร็วสูง (ประกาศแนวทาง 6G, ตุลาคม 2568) จะทำให้การตรวจสอบแบบเรียลไทม์บนอุปกรณ์ IoT เป็นไปได้อย่างเสถียรและปลอดภัยมากขึ้น
สุขภาพ — เครือโรงพยาบาลกรุงเทพนวัตกรรม แจ้งว่าได้เปิดตัวระบบเก็บและแบ่งปันข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารหัสบนบล็อกเชนเพื่อการส่งต่อข้อมูลข้ามโรงพยาบาลภายในเครือ โดยยึดหลักความยินยอมของผู้ป่วยและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA (ฉบับแก้ไข 2568) รศ.นพ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่าระบบอนุญาตเข้าถึง (access control) แบบกระจายศูนย์จะช่วยลดความเสี่ยงการละเมิดข้อมูลพร้อมทั้งให้ผู้ป่วยสามารถยกเลิกการอนุญาตได้ทันที
แนวทางกำกับดูแลและจุดที่ต้องจับตามอง — นอกเหนือจากแนวปฏิบัติของ ก.ล.ต. (24 ต.ค. 2568) และแนวทาง 6G ของ กสทช. (ประกาศต้นเดือน ต.ค. 2568) หน่วยงานกำกับอื่นๆ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการใช้งานบล็อกเชนอย่างปลอดภัย รวมทั้งข้อกำหนด PDPA สำหรับธุรกิจออนไลน์ที่อัปเดตในปี 2568 ซึ่งมีสาระสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ใช้บล็อกเชนดังนี้:
- การเก็บรวบรวมข้อมูลต้องอยู่บนพื้นฐานความยินยอมชัดแจ้ง (explicit consent) และต้องระบุวัตถุประสงค์การใช้งานข้อมูลที่ชัดเจน
- ผู้ประกอบการต้องจัดมาตรการทางเทคนิคและองค์กรเพื่อคุ้มครองข้อมูล (encryption, access control, audit trail) โดยเฉพาะกรณีข้อมูลถูกเก็บเป็นรายการบนบล็อกเชน
- การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์หรือพัฒนา AI ต้องผ่านขั้นตอนการลดการระบุตัวบุคคล (data minimization/ pseudonymization) และมีการประเมินผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว (DPIA)
- ผู้ใช้ต้องสามารถเรียกร้องให้ลบหรือระงับการประมวลผลได้ตามหลัก PDPA ยกเว้นกรณีที่ข้อมูลถูกฝังในบล็อกเชนแบบไม่สามารถแก้ไข (immutable) ผู้ประกอบการต้องมีมาตรการเสริม เช่น การเก็บข้อมูลสำรองแบบเข้ารหัสนอกเชนเพื่อรองรับสิทธิ์ดังกล่าว
- ข้อกำหนดการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลต้องปฏิบัติภายในกรอบเวลาที่กำหนดและมีช่องทางสื่อสารกับเจ้าของข้อมูล
คำถามที่ผู้คนมักถาม: “Blockchain คืออะไร” — Blockchain เป็นเทคโนโลยีฐานข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger) ที่บันทึกรายการธุรกรรมเป็นบล็อกข้อมูลเชื่อมโยงกันด้วยกลไกการเข้ารหัส ทำให้การแก้ไขย้อนกลับเป็นไปได้ยากและเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล การใช้งานมีตั้งแต่การโอนมูลค่า การบันทึกห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
ผลกระทบและความเสี่ยง — ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้บล็อกเชนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังมีความท้าทายด้านมาตรฐานความเข้ากันได้ระหว่างระบบ ความเป็นส่วนตัวเมื่อข้อมูลถูกบันทึกอย่างถาวร และความจำเป็นในการกำกับดูแลคริปโต (asset custody, AML/CFT) ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการออกใบอนุญาตและระบบตรวจสอบสำหรับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
สรุป — โครงการนำร่องที่เปิดตัวในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังถูกนำมาใช้เชิงปฏิบัติในหลายภาคส่วน โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแล (ก.ล.ต., กสทช.) และการนำข้อกำหนด PDPA มาปรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งหากการทดสอบประสบผลสำเร็จ คาดว่าจะเห็นการขยายตัวของโครงการเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ต้นปี 2569 แต่ก็ยังต้องติดตามการออกกฎระเบียบเสริมและมาตรฐานสากลต่อไป
