อนาคตของเทคโนโลยีสวมใส่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Meta และ Apple เตรียมเปิดศึกชิงชัยในตลาดแว่นตา AI อย่างดุเดือด ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่แตกต่าง แต่เป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า และนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับ Meta ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดแว่นตา AI สูงถึง 85% ในปี 2025 กำลังมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพของแว่นตา Ray-Ban Meta AI ด้วยการอัปเกรดระบบ Computer Vision ผ่านโมเดล AI ใหม่ที่ชื่อว่า “Muse Spark” ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดข้อผิดพลาดและความคลาดเคลื่อนในการระบุวัตถุและสภาพแวดล้อมต่างๆ แม้ความเป็นส่วนตัวจะยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แต่การพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Meta ในการทำให้ AI Glasses เป็นอุปกรณ์ที่ชาญฉลาดและเชื่อถือได้มากขึ้น นอกจากนี้ Meta ยังมีแผนที่จะผสาน AI เข้ากับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตน เพื่อสร้างความได้เปรียบและมอบบริบทที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ใช้งานจากข้อมูลสาธารณะบนแพลตฟอร์ม
ในขณะเดียวกัน Apple ก็ไม่ยอมน้อยหน้า โดยมีรายงานว่ากำลังซุ่มพัฒนาแว่นตา AI อย่างจริงจัง และได้เริ่มทดสอบรูปแบบเฟรมถึงสี่สไตล์ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนปี 2027 แว่นตาอัจฉริยะของ Apple จะมาพร้อมชิป N401 และกล้องสองตัวสำหรับการจับภาพและประมวลผลข้อมูลด้วย Computer Vision ที่น่าสนใจคือ Apple ไม่ได้หยุดอยู่แค่แว่นตา แต่ยังมีแผนพัฒนาอุปกรณ์ AI สวมใส่อื่นๆ เช่น จี้ AI ขนาดเท่า AirTag และ AirPods ที่มีกล้อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อเป็นช่องทางรับข้อมูลสำหรับ Apple Intelligence ขยายความสามารถของ Siri และสร้างประสบการณ์ Ambient Intelligence ที่ครอบคลุม
การแข่งขันในตลาดแว่นตา AI ไม่ได้มีเพียง Meta และ Apple เท่านั้น แต่ยังมีผู้เล่นรายอื่นๆ ที่น่าจับตามอง อย่าง Rokid สตาร์ทอัพจากจีนที่นำแพลตฟอร์ม AI agent แบบโอเพนซอร์ส “OpenClaw” มาใช้กับแว่นตาอัจฉริยะ ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งงาน AI agent ด้วยเสียงและให้ AI ดำเนินการงานที่ซับซ้อนได้ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกันระหว่าง Warby Parker และ Google เพื่อพัฒนาแว่นตา AI ที่ผสมผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการแว่นตาอัจฉริยะที่ดูดีและมีสไตล์
ตลาดแว่นตา AI กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการคาดการณ์ว่ายอดจัดส่งทั่วโลกจะทะลุ 15 ล้านเครื่องในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของเทคโนโลยีนี้ การเข้ามาของ AI agent และการผสานรวมเข้ากับอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้แว่นตา AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ใช่เพียงแค่ Gadget สำหรับนักพัฒนาหรือผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป
อนาคตของแว่นตา AI จะไม่ใช่แค่การแสดงข้อมูลบนเลนส์อีกต่อไป แต่จะเป็นอุปกรณ์ที่เข้าใจบริบทและทำงานร่วมกับเราได้อย่างชาญฉลาด เป็นการเปิดประตูสู่ยุคที่เทคโนโลยีแทรกซึมอยู่ในทุกช่วงของการใช้ชีวิต โดยที่เราแทบไม่รู้สึกถึงมัน
